น้ำมันมะร้าว vs น้ำมันรำข้าว

น้ำมันมะร้าว vs น้ำมันรำข้าว

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

บทความ น้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะร้าว vs น้ำมันรำข้าว



น้ำมันถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในการประกอบอาหาร ซึ่งจัดอยู่ในหมวดของไขมันที่เป็นแหล่งพลังงาน ถึงแม้ว่าน้ำมันจะมีความสำคัญต่อร่างกายแต่การรับประทานมากจนเกินไป หรือเลือกใช้ไม่ถูกวิธีการอาจก่อให้เกิดผลเสียได้

 

น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil)

เป็นน้ำมันที่ได้จากไขมันในเนื้อสีขาวของลูกมะพร้าว โดยอาจผลิตด้วยกระบวนการที่แตกต่างหลากหลาย บางผลิตภัณฑ์ใช้คำว่าน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Virgin Coconut Oil) ซึ่งหมายถึงน้ำมันมะพร้าวที่สกัดโดยใช้กระบวนการธรรมชาติ เช่น ปราศจากสารฟอกสี การระงับกลิ่น หรือการกลั่น และบางครั้งระบุว่าใช้กระบวนการสกัดเย็น อันเป็นวิธีใช้เครื่องสกัดที่จะทำให้เกิดความร้อนตามธรรมชาติไม่เกิน 49 องศาเซลเซียสมากที่สุด

 

น้ำมันมะพร้าวประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวที่เป็นไตรกลีเซอไรด์สายยาวปานกลาง ซึ่งเชื่อว่าอาจมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยไม่ผ่านแหล่งความร้อนจากภายนอก เพราะเชื่อว่าจะช่วยคงประโยชน์ทางสุขภาพของน้ำมันมะพร้าวไว้ได้มพราะอาจมีการทำงานต่างจากไขมันอิ่มตัวชนิดอื่น ๆ ที่มีสายยาวกว่า เช่น อาหารจำพวกน้ำมันพืช ไขมันจากนมและเนื้อสัตว์ทั้งหลาย จึงมักถูกนำมาใช้ประโยชน์ในฐานะการรักษาทางเลือกสำหรับโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวาน หัวใจ หรืออัลไซเมอร์ และถึงแม้จะประกอบด้วยแคลอรี่และไขมันอิ่มตัวสูง ก็ยังมีความเชื่อว่าการรับประทานน้ำมันมะพร้าวอาจช่วยลดน้ำหนักและระดับคอเลสเตอรอลในเลือด รวมทั้งการใช้ทาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว รักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โรคสะเก็ดเงิน ตลอดจนสรรพคุณบำรุงสุขภาพเส้นผมและสุขภาพช่องปาก

 

 

 

น้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil)

เป็นน้ำมันที่ถูกสกัดมาจากส่วนนอกของเมล็ดข้าว ที่เรียกว่า รำ โดยผ่านกระบวนการเฉพาะทางตามแต่ละผู้ผลิตนั้นจัดทำ ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มักนิยมนำน้ำมันรำข้าวมาใช้เป็นวัตถุดิบในการนำมาปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะน้ำมันรำข้าวมีระดับแคลอรี่เพียง 120 แคลอรี่ และมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 14 กรัม ที่ถือว่าเป็นไขมันที่ดี อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมแก่การนำมาประกอบอาหารในเมนูต่างๆ ตามสถาบันโภชนาการ และการกำหนดอาหาร (Academy of Nutrition and Dietetics) แนะนำ ที่สำคัญคุณควรได้รับไขมันเหล่านี้เพียงแค่ 3-10 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น เพราะในบางครั้งก็อาจกลับกลายเป็นการสร้างผลเสียแก่สุขภาพร่างกายของเราได้แทน

 

องค์ประกอบของน้ำมันมะพร้าวเป็นไขมันปานกลางซึ่งมีประโยชน์มากมายไม่ว่าจะผ่านความร้อนหรือไม่ก็ตาม สามารถดูดซึมเป็นพลังงานแก่ตับได้ดีกว่า เป็นน้ำมันธรรมชาติจากมะพร้าว 100% ไม่มีคลอเลสเตอรรอล ไม่แปรสภาพเป็น“ ไขมันทรานส์ ” เมื่อผ่านความร้อนอีกครั้ง สามารถนำไปปรุงอาหาร ผัดทอด ใช้แทนน้ำมันพืชทั่วไปได้ โดยที่โมเลกุลของน้ำมันไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ก่อให้เกิดสารตั้นต้นของมะเร็ง

 

 

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวต่อสุขภาพผมและหนังศีรษะ

รักษาเหา น้ำมันมะพร้าวเป็นหนึ่งในวัสดุธรรมชาติยอดนิยมในการกำจัดเหาและไข่เหาบนหนังศีรษะ ซึ่งงานวิจัยหนึ่งทางวิทยาศาสตร์ที่ทดสอบประสิทธิภาพของน้ำมันต่าง ๆ ที่มักนำมาใช้ประโยชน์ด้านนี้ ได้แก่ น้ำมันโป๊ยกั๊ก น้ำมันกระดังงา และน้ำมันมะพร้าว โดยใช้ผู้ทดลองเป็นเด็กที่ติดเหาบนหนังศรีษะจำนวน 119 คน แบ่งกลุ่มทาน้ำมันเหล่านี้วันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที เป็นเวลานาน 5 วัน ส่วนกลุ่มควบคุมนั้นให้ใช้สเปรย์ที่ประกอบด้วยสารเคมีกำจัดเหาและโลนอย่างเพอร์เมทริน (Permethrin) มาลาไทออน (Malathion) และไพเพอโรนิล บิวทอกไซด์ (Piperonyl Butoxide) ทาบนศีรษะวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 10 นาที เป็นเวลานาน 10 วัน ปรากฏว่าการรักษาด้วยวิธีทางธรรมชาตินั้นมีความปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียง และได้ผลถึง 92.3 เปอร์เซ็นต์ พอ ๆ กับการใช้สารเคมีที่มีประสิทธิภาพ 92.2 เปอร์เซ็นต์ น้ำมันจากธรรมชาติดังกล่าว รวมถึงน้ำมันมะพร้าว จึงอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถลองพิสูจน์ด้วยตัวเองโดยไม่น่าจะเป็นอันตราย

 

บำรุงเส้นผม จากการศึกษาคุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันรำข้าว ต่อการบำรุงเส้นผม น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันชนิดเดียวที่พบว่ามีคุณประโยชน์ช่วยลดการสูญเสียโปรตีนของเส้นผมได้ดี เมื่อใช้ทาแล้วล้างออกก่อนและหลังการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผมจากสารเคมีทั้งหลาย โดยเห็นผลทั้งเมื่อใช้กับผมที่แห้งเสียและผมสุขภาพดี ซึ่งผลลัพธ์ที่เป็นเช่นนี้ ผู้วิจัยคาดว่าอาจเป็นเพราะกรดลอริก (Lauric Acid) ในน้ำมันมะพร้าวซึ่งเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์นั้นมีความสามารถในการจับตัวกับโปรตีนในเส้นผมสูง เพราะมีน้ำหนักโมเลกุลต่ำและโครงสร้างทางเคมีเป็นสายตรง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น  สารพัดประโยชน์

น้ำมันมะพร้าว กินเปล่า ๆ ได้ไหม


บทความที่น่าสนใจ

“ข้าวแช่” อาหารคลายร้อนครบ 5 หมู่ ดีต่อสุขภาพผู้สูงอายุ

เทคนิคใหม่ เติมน้ำมันมะพร้าวลงไปตอนหุง กินข้าวแล้วอ้วนน้อยลง